วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สอนลูกอย่างไรให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม

สอนลูกอย่างไรให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ปัจจุบันเราจะเห็นปัญหาเยาวชนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นยกพวกตีกัน หรือว่า การลักเล็กขโมยน้อย แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไร เด็กคนหนึ่งจะดีได้ควรได้รับการปลูกฝังอย่างไร ผู้เป็นพ่อแม่ควรเข้ามาศึกษากัน

สิ่งที่สังคมคาดหวังกับ “คนดี” นั้นมีอะไรบ้าง

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5 ประการ คือ

1. ความซื่อสัตย์   2. มีจิตสาธารณะ   3. รักความเป็นธรรม   4. มีความรับผิดชอบ     5. ชีวิตพอเพียง

ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ส่งเสริมให้ได้เรียนรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ บุคคลต้นแบบ เราลองมาดูว่า..ฝรั่งเขามีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ที่ โรงพยาบาลแบรดลี่ย์ (Bradley Hospital) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่และเด็ก ได้สรุปไว้ว่า ถ้าจะให้เด็กเกิดความรับผิดชอบต่อสังคมต้อง มอบหมายงานบ้านให้ทำ (ซึ่งเป็นงานบ้านเท่าที่กำลังความสามารถของเด็กจะทำได้)

                โดยเบื้องต้นต้องสอนให้รู้ ความหมาย งานบ้านนั้น ทำไปเพื่ออะไร เพราะงานบ้าน คือการสร้าง Sense ดังนี้

1.       Sense of Contribution สร้างความรู้สึกแบ่งปัน คือเด็กได้ช่วยเหลือครอบครัว 

2.       Sense of accomplishment คือ เกิดความสำเร็จในงาน

3.       Sense of  proud  เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง นำมาซึ่งการยอมรับนับถือตนเอง  (self-respect) และในการยอมรับนับถือตนเองนั้น จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ ความสุขในชีวิต และ สุขภาพจิตที่ดีของเด็กด้วย

                เพราะฉะนั้นเด็กที่มี  AQ (Adversity Quotient หรือ ความสามารถในการฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรค) และ EQ (Emotional Quotient หรือ ความฉลาดทางอารมณ์) อยู่ในระดับสูงๆ นั้น มาจากการที่เด็กยอมรับนับถือตัวเอง (self-respect)

การให้เด็กไปทำงานบ้านนั้น คือ การเชื่อมโยง (Connection) ระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง 

                แต่เนื่องจาก “งานบ้าน” เป็นงานที่น่าเบื่อ การที่จะให้เด็กยอมทำงานบ้านนั้น ในขั้นแรก คือ ทัศนคติ (Attitude) ของพ่อแม่ที่มีต่องานบ้าน ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า “งานบ้าน” นั้น เป็นเครื่องมือการสอนที่ทรงประสิทธิภาพมาก (Effective teaching tool) และเป็นเครื่องมือที่หาได้ง่าย ซึ่งงานบ้านนั้นสอนให้เรียนรู้ถึง

1. การเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในครอบครัว
2. 
การสอนให้เด็กรู้จักสร้างความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นในสังคม

ศิลปะการสอนงานบ้านให้เด็กรู้สึกสนุก

1. ชมและเชียร์ทำให้เกิดบรรยากาศ สนุกสนาน

2. หากมีผิดพลาดก็สอนให้รู้จัก “การให้อภัย” เช่น จานตกแตก ก็อย่าไปดุเด็ก แต่ให้ใช้โอกาสนี้สอนให้เด็กเรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ภายในที่ดีของเด็ก เพราะจิตของเด็กนั้น เหมือนผ้าขาว มันมีค่ามากกว่าจานที่แตกหลายเท่านัก จานแตกก็ซื้อใหม่ได้ แต่คุณค่าทางใจของเด็กที่กำลังจะพัฒนาเพื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญอย่างที่สุด

ช่วยงานบ้านผู้ปกครองเด็กจะภูมิใจว่าได้เป็น "ส่วนหนึ่ง" ของครอบครัว

เพราะว่าเราทำงาน (บ้าน) ร่วมกัน..

                หากจะผิดพลาดอะไรไปบ้าง เสียหายบ้าง เช่น เด็กทำจานแตก เราต้องดูแลคนของเราก่อน ไม่ใช่ไปดูที่สิ่งของก่อน สิ่งของนั้นไม่ตายก็หาซื้อใหม่ได้ แต่..คนและจิตใจของคนนี้ซื้อไม่ได้ หากเราสร้างให้เขามีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ให้เขารู้สึกว่า พ่อแม่เห็นเขาเป็นส่วนหนึ่ง เพียงแค่สอนเขาเมื่อเกิดความเสียหายจากการกระทำของเขาว่า ไม่เป็นไร แต่คราวหลังให้ระมัดระวังหน่อยแล้วกัน ด้วยวาจาแห่งรักและปรารถนาดี เด็กจะเกิดการเรียนรู้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะฝังอยู่ในจิตใจเขา ซึ่งมีค่ามากกว่าจานที่แตกไปแล้วมากมายนัก

การให้รางวัลแก่เด็กจะดีหรือไม่?

                ไม่ควรเลย...อย่าไปให้เงินค่าขนม เนื่องจากการให้ทำงานบ้านเป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม แล้ว เงินนั้นมันจะทำลายไปทุกอย่างหมดเลย ทำให้เห็นว่า การจะทำอะไรนั้นสุดท้ายต้องได้รางวัลตอบแทน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์

                ในทางธรรมะ การฝึกคนๆ หนึ่งนั้น ควรยึดหลักธรรม “มรรคมีองค์ 8” ตั้งแต่เบื้องต้น จนหมดกิเลสเข้านิพพาน

หากมรรคมีองค์ 8 เปรียบเสมือนต้นไม้ 1 ต้น

1. สัมมาทิฏฐิ – ความเห็นถูก ก็เปรียบได้กับรากของต้นไม้ ถ้ารากดูดซับสิ่งที่เป็นพิษ ทุกอย่างที่ออกมาเป็นพิษหมด

ปลูกฝังสัมมาทิฏฐิได้อย่างไร...

     1.1  เล่านิทาน กฎแห่งกรรม (karma law) ให้ลูกฟัง ซึ่งหาได้จาก ชาดกธรรมบท พ่อแม่ควรเร่งศึกษาแล้วนำไปเล่าให้ลูกฟัง ตัวพ่อแม่เองก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย เด็กๆ ยิ่งฟังยิ่งลงลึก ไม่ต้องกลัวว่าจะเล็กเกินที่จะเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว สิ่งนี้เป็นการปลูกฝังความคิดที่ดีลงในใจเด็ก เรื่องความกตัญญู หาอ่านได้จาก 24กตัญญู-จีน นอกจากเล่าให้ลูกฟังแล้วต้อง ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย

     1.2  การสร้างนิสัยโดย ฝึกการใช้ “ปัจจัย 4” อาหาร (มารยาทในวงอาหาร) เครื่องนุ่งห่ม (แต่งกายให้เหมาะสมกาลเทศะ สะอาดและเป็นระเบียบ) ที่อยู่อาศัย (ทำความสะอาดเก็บของให้เรียบร้อย)  และยารักษาโรค (อิริยาบถ 4 เดิน ยืน นั่ง นอน ในท่าที่ถูกทาง จะได้ไม่ป่วย)

      1.3ให้ลูกฝึกเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัด หรืองานอาสาอะไรก็ได้ (เพื่อสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวม จะได้ในเรื่องการเข้าสังคม)

2. สัมมาสังกัปโป – มีความคิดถูก (ลำต้น) ไม่หมกมุ่นเรื่องกาม มองการณ์ไกล ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ เช่น พาลูกไปดูชีวิตในสวนสัตว์ ว่าถ้าหากเรารังแกสัตว์อย่างนี้ ครอบครัวจะกระทบกระเทือนอย่างไร ฝึกให้เป็นคนคิดถึงจิตใจผู้อื่นไม่อาฆาต ไม่เบียดเบียนใคร
3. 
สัมมาวาจา – การพูดถูก (กิ่ง)

4. 
สัมมากัมมันตะ – การทำการงานถูกต้อง (ใบ)
5. 
สัมมาอาชีวะ – เลี้ยงชีพถูกต้อง (ดอก)
6. 
สัมมาวายามะ – ความเพียรชอบ ให้กำลังใจลูกจะได้ทำดียิ่งๆ ขึ้นไป
7. 
สัมมาสติ – สติชอบ
8. 
สัมมาสมาธิ(Meditation) – สมาธิชอบ

                พ่อแม่นั้นจะเป็น ดั่ง ปฏิมากร ที่สร้างสรรค์ชีวิตน้อยๆ ให้เติบโตและหยัดยืนอยู่ในสังคมได้อย่างสง่างาม รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ ทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ลูกจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับพ่อแม่ เพราะลูกที่ดี คือปฏิมากรรมชั้นยอดของพ่อและแม่ ไปไหนใครก็ชม พ่อแม่ก็จะชื่นใจมิรู้คลาย.

ที่มา: รายการทันโลกทันธรรม ตอนวิธีสอนลูกให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม. www.dmc.tv


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น